โดเมนฟรี

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2552

อาร์เซนอล vs. วิลล่า


ผ่านมาถึงช่วงใกล้โค้งสุดท้ายของฤดูกาล หนึ่งในศึกที่น่าจับตามองที่สุดคือการปะทะกันระหว่างทีมไฟแรงที่อยากจะแทรกตัวเข้ามาเป็นท็อปโฟร์เหลือเกินอย่างแอสตัน วิลล่า กับเจ้าของพื้นที่เดิมอย่างอาร์เซนอล

การขับเคี่ยวของสองทีมนี้ที่ผ่านมาเป็นไปไม่ถึงกับดุเดือดหรือร้อนแรงนัก เพราะฝ่ายหนึ่งทำท่าเหมือนจะหมดลมหายใจ ขณะที่อีกฝ่ายก็ดีวันดีคืน

แต่สถานการณ์ตอนนี้กำลังจะพลิกกลับตาลปัตร

"สิงห์ผยอง" ของมาร์ติน โอนีล เริ่มมีอาการอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัดในระยะหลัง ผลงานเริ่มตกลงอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นในบอลลีกหรือบอลถ้วย

ขนาดยอมโยนถ้วยยูฟ่า คัพ ไปแล้วก็ยังไม่วายผลงานสะดุดจนโดนกันเนอร์ส เอาปืนมาจ่อคอยหอเพราะระยะห่างเวลานี้เหลือแค่ 3 แต้มเท่านั้น

ปัจจัยหนึ่งที่มีผลอย่างไม่ต้องสงสัยคือเรื่องของประสบการณ์ร่วมของสโมสรที่กำลังจะเป็น "ตัวแปร" สำคัญ ซึ่งเรื่องนี้เองที่อาร์เซนอล เหนือกว่า

แอสตัน วิลล่า แทบไม่เคยได้ลุ้นความสำเร็จใดๆเลยนับตั้งแต่สิ้นยุคทองที่เคยคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ได้เมื่อปี 1982 ตรงข้ามกับอาร์เซนอล ที่เคยขึ้นแท่นเป็นทีมหมายเลขหนึ่งและมีโอกาสลุ้นแชมป์เกือบตลอดทุกปี จนกระทั่งเริ่มมาตกลงในช่วงที่สิ้นยุคของปาทริก วิเอร่า, เธียร์รี่ อองรี, โรแบร์ ปิแรส

อาร์แซน เวนเกอร์ ยึดมั่นในผู้เล่นอายุน้อยที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ ยึดมั่นในอุดมการณ์ที่จะสร้างทีมในฝันที่เต็มไปด้วยเพชรเม็ดงามของวงการที่จะผ่านการเจียระไนมาพร้อมๆกัน เพื่อที่จะได้เติบโตพร้อมกันและผูกพันกับสโมสรไปตลอด เสมือนเป็นเด็กฝึกหัดของสโมสร

เซสก์ ฟาเบรกาส เป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนในเรื่องนี้

แต่ถึงจะเป็นทีมที่เต็มไปด้วยดาวรุ่ง ซึ่งอ่อนและเปราะบางไม่น้อย อาร์เซนอล ของเวนเกอร์ ก็ยังคงประคับประคองทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด ยิ่งในฤดูกาลนี้แม้จะเจอช่วงวิกฤติมากมายจนบางช่วงแทบจะนอนแผ่ด้วยความหมดอาลัยตายอยาก

กันเนอร์ส พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาตายยาก - ถึงยากมาก

ในเวลาที่วิลล่า เริ่มหายใจรวยริน อาร์เซนอล ก็เริ่มเร่งฝีเท้าขึ้นเพื่อจี้ติด กระชั้นชิด และมีปัจจัยบวกเข้ามาหนุนเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกมรับที่เหนียวแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่แนวรุกก็เริ่มมีสีสันกลับมา ไม่ว่าจะเป็นสีใหม่ที่จัดจ้านอย่างอาร์ชาวิน หรือสีที่ผูกพันแฟนๆคิดถึงอย่างเอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา และธีโอ วัลค็อตต์

ปัญหา "ปืนฝืด" ไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำอีกในช่วงที่เหลือของฤดูกาล เมื่อกลุ่มแนวรุกชุดนี้กลับมา ผสานกำลังกับชุดเดิมที่แบกรับหน้าที่มาตลอดไม่ว่าจะเป็นโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หรือนิคลาส เบนดท์เนอร์ และเอ็มมานูเอล อเดบายอร์

อย่าลืมว่าคนที่เก่งที่สุดและสำคัญที่สุดอย่าง เซสก์ ยังไม่ได้คืนสนามด้วยซ้ำ

แต่ถึงพูดแบบนี้มันแปลว่าอาร์เซนอล จะแซงเข้าวินง่ายๆหรือเปล่า?

ก็ไม่เชิง

คนที่จะตอบโจทย์เรื่องนี้คือมาร์ติน โอนีล และลูกทีมทีจะต้องพยายามเร่งทำผลงานให้ดีอีกครั้งให้ได้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีโปรแกรมหนักทั้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล รออยู่ รวมถึงทีมระดับเดียวกันอย่างเอฟเวอร์ตัน

อย่างน้อยที่สุดก็ต้องประคับประคองตัวเองให้รอดช่วงนี้ไปก่อน โดยเสาหลักอย่างแกเร็ธ แบร์รี่ จะต้องคอยค้ำน้องๆในทีมให้ได้ทั้งหมด แล้วไปหวังเอาว่าคู่มหาประลัยอย่างแอชลี่ย์ ยัง และกาเบรียล อักบอนลาฮอร์ จะระลึกได้ว่าช่วงฟอร์มเทพนั้นพวกเขาเล่นกันได้น่ากลัวขนาดไหน

ถ้าประคองให้พ้นช่วงวิกฤตินี้ได้ โดยที่อาจจะโดนแซงหรือไม่ก็ตามแต่ระยะห่างไม่เกิน 4-5 แต้ม แอสตัน วิลล่า จะมีโอกาส เพราะตามโปรแกรมที่เหลือแล้ว อาร์เซนอล เจองานหนักไม่น้อยในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

โปรแกรมปะทะกับบิ๊กโฟร์ไม่ว่าจะเป็นลิเวอร์พูล (เยือน), เชลซี (เหย้า) และแมนฯ ยูไนเต็ด (เยือน) ในเกมรองสุดท้ายของฤดูกาลยังรออยู่

มันเป็นไปได้ที่อาร์เซนอล จะชนะรวดทุกนัดที่ว่า แต่ที่เป็นไปได้เช่นกันคือพวกเขาก็มีโอกาสทำแต้มหล่นทุกนัดที่ว่า

นั่นหมายถึง 1-9 แต้มที่อาจจะหายไป เป็นช่วงคะแนนที่เยอะและส่งผลต่ออันดับในฤดูกาลได้สบาย

คิดในแง่นี้จะพบว่าศึกอันดับ 4 คงต้องมองกันยาวๆมากกว่าจะพูดกันในระยะสั้น

12 นัดที่เหลือของฤดูกาล ยังมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งหวังว่าเราคงจะได้ดูการต่อสู้กันที่สนุกระหว่างทีมหนึ่งที่พยายามจะฉีกบันทึกเดิมและเขียนประวัติศาสตร์ลงไปใหม่ในเรื่องของคำว่า "บิ๊กโฟร์"

กับอีกทีมที่อยู่ในสถานะนี้มานานจนเกิดการยึดติดและไม่อยากสูญเสีย

ขอขอบคุณ MSN ฟุตบอล

ไม่มีความคิดเห็น: