
ตอนนี้ ลีกชั้นนำในยุโรปกำลังเข้มข้น เพราะมีการต่อสู้แย่งชิงแชมป์กันอย่างสูสี จ่าฝูงแต่ละลีกต่างพร้อมใจกันสะดุด ปล่อยให้ทีมอันดับสองไล่จี้เข้ามารดต้นคอ โดยเฉพาะลาลีกา สเปน
แรกเริ่มเดิมที เรอัล มาดริดมีคะแนนตามหลังบาร์เซโลน่า 12 คะแนนด้วยซ้ำ แต่นับจากที่บาร์ซ่าเก็บได้แค่ 1 คะแนนจากการลงเล่น 3 นัด พวกเขาก็เร่งสปีดตัวเองจนแต้มห่างเหลือแค่ 4 คะแนนเท่านั้น!
ชุดขาวภายใต้การคุมทีมของฆวนเด้ รามอส ชนะรวดในลาลีกามา 10 นัด พวกเขากำลังเดินหน้าด้วยความมั่นใจ ขณะที่บาร์ซ่าดูจะสะดุดยาว เพราะไม่ชนะในรายการใดมา 5 เกมรวด
ดังนั้นใครที่กาชื่อของชุดขาวออกจากสารบบการลุ้นแชมป์ลีกกระทิงไปตั้งแต่เนิ่นๆ คงรีบกลับตัวแทบไม่ทัน และใครที่เคยเชื่อว่า บาร์เซโลน่า คือยอดทีมไร้พ่ายก็ต้องเปลี่ยนความคิดเสียแล้ว
อย่างไรก็ดี หากทีมเลือดหมูน้ำเงินฟื้นตัวเร็ว พวกเขาก็ยังคงเป็นทีมที่น่ากลัวเช่นเดิม แต่สำหรับมหาอำนาจที่กระหายในความสำเร็จอย่างเรอัล มาดริด ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่
โอกาสที่เรอัล มาดริด จะลุ้นแชมป์ลาลีกายังพอมี แต่พวกเขาต้องห้ามทำผิดกฎบัญญัติ 7 ข้อต่อไปนี้เท่านั้น!
1) ทำแต้มหล่นหายในดาร์บี้แมตช์
13 เกมที่เหลือของฤดูกาลนี้ เรอัล เริ่มต้นด้วยบิ๊กแมตช์อย่างเอล ดาร์บี้ ประจำเมืองหลวงกับแอตเลติโก มาดริด ในช่วงปีที่ผ่านๆ มาชุดขาวผูกปีชนะหมีได้ทั้งเหย้าและเยือน ดังนั้นพวกเขาควรจะเก็บ 3 แต้มให้ได้จากแมตช์นี้
แต่หนนี้อะไรๆ กลับไม่ง่ายดาย เพราะหมีตัวนี้กำลังมั่นใจสุดขีด หลังจากที่ฟอร์มกระเตื้องขึ้นมา โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่พลิกขยี้บาร์เซโลน่า 4-3 เมื่อสัปดาห์ก่อน แถมเซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ และดิเอโก้ ฟอร์ลัน ก็กำลังแรงเสียด้วย ฆวนเด้ รามอส จึงต้องไปกวดขันลูกทีมให้ระวัง และอย่าทำแต้มหลุดหายในเกมนี้
2) สูญเสียดิยาร์ร่า
ใครจะเจ็บหรือเป็นอะไรไป ยังไม่เสียหายเท่าลาสซาน่า ดิยาร์ร่า กองกลางเฟร้นช์แมน ที่เพิ่งย้ายมาเมื่อมกราคมที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดของชุดขาวแล้ว เขายังเป็นทุกอย่างในแดนกลางของทีม
นอกจากจังหวะเปิดบอลแม่นยำแล้ว ลาสยังสร้างสมดุลทั้งเกมรับและรุกให้ชุดขาว ซี่งเป็นสิ่งที่มาฮามาดู ดิยาร์ร่า และรูเบน เด ลา เร้ด ไม่เคยเข้าใจ ตอนนี้ถือว่าลาสกลายเป็นจุดแข็งของทีม
เรอัล มาดริดชนะได้โดยไม่มี อาร์เยน ร็อบเบน แต่สิ่งที่พวกเขาต้องเลี่ยงคือช่วยภาวนาอย่าให้ลาสต้องเป็นอะไรไปเลย
3) ฟลอเรนติโน่
ต้องลดๆ การพูดถึง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ว่าที่ประธานคนใหม่ของชุดขาวที่จะมีการเลือกตั้งในซัมเมอร์นี้ รวมทั้งแผนการปฏิวัติซื้อซูเปอร์สตาร์ หรือเปลี่ยนโค้ชใหม่ เพราะนั่นจะยิ่งทำให้บั่นทอนกำลังใจของฆวนเด้ รามอส กุนซือที่กำลังทำผลงานยอดเยี่ยมอยู่
และยังอาจทำลายขวัญของนักเตะที่กำลังพยายามเต็มที่ และมีความมั่นใจ เพราะตราบใดที่ชื่อของพวกเขาติดอยู่ในกลุ่มที่จะโดนเปเรซโละ พวกเขาอาจหมดพลังเอาดื้อๆ ทางที่ดีมาช่วยกันเชิดชูความเจ๋งของพวกดีกว่า
4) ราฟา โรเทชั่น
แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรด้วย แต่เป็นข้อเสนอแนะสำหรับฆวนเด้ รามอส กุนซือชุดขาวว่าถ้าอยากจะรักษาความต่อเนื่องในลาลีกา และอยากจะไปต่อในแชมเปี้ยนส์ลีก เขาก็ต้องไม่บ้าจี้หมุนเวียนผู้เล่นตามแบบราฟาเอล เบนิเตซ
ทางที่ดีคือยึด 11 ตัวจริงที่เขาไว้วางใจและทำผลงานที่ดีเยี่ยมในตอนนี้ ตัวหลักๆ ที่สามารถพักได้ก็คือ ราอูล, ฟาบิโอ คันนวาโร่ , กูตี, อาร์เยน ร็อบเบน และบางทีอาจรวมถึงกอนซาโล่ อิกัวอินด้วย
ขณะที่ผู้เล่นซึ่งหมดความมั่นใจ และไม่ได้ลงต่อเนื่องอย่าง ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า, ฆาบี การ์เซีย, มิเชล ซัลกาโด้ รวมทั้งรอยสตัน เดรนเธ่ ไม่ควรถูกส่งลงเล่นเกมที่มีความสำคัญ หรือช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย นอกเสียจากเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ฆวนเด้ต้องสั่งลูกทีมให้ลงเล่นทุกเกม เหมือนเป็นนัดชิงชนะเลิศ
5) แพ้เอล กลาซิโก
รามอสเริ่มงานคุมทีมในลาลีกานัดแรกด้วยการไปเยือนกัมป์นู แม้จะยันเสมอมาได้ 80 นาที แต่ช่วงท้ายเกมก็ล้าจนโดนเจาะ 2 ตุง ซึ่งทำให้ตอนนั้นทีมเลือดหมูน้ำเงินหนีห่าง 12 แต้ม
แต่ตอนนี้ไอ้ 12 แต้มนั้นหดลงเหลือแค่ 4 แล้ว มาดริดมีโอกาสจะพลิกผันสถานการณ์โดยมีข้อแม้ห้ามแพ้ในนัดนี้ เสมอได้เป็นอย่างน้อย
เพราะฉะนั้นเกมนี้ต้องเน้นให้มาก อย่าพยายามเสี่ยงเพราะแกนรุกของบาร์ซ่าตอนนี้ถือว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่า นอกจากจะต้องเอาให้อยู่แล้ว เรอัลก็ต้องฉวยทุกโอกาสที่มีให้ได้ด้วย
6) อุดแหลก
บางครั้งการนั่งดูเรอัล มาดริดของรามอสเล่น อาจสร้างความอึดอัดและไม่ถูกใจเนื่องจากเห็นพวกเขาอุด อุด แล้วก็อุด นับประสาอะไรกับแฟนๆ ของพวกเขาเองที่ยังโห่ใส่แข้งทีมรัก ที่มัวแต่ยืนเฝ้าหลังบ้านกันแน่น
อันที่จริงแนวรับคือหัวใจสำคัญเช่นกันของชัยชนะ แต่หากมีจุดที่ผิดพลาดแล้วคุณเสียประตูที่แสนเสียหาย เหมือนเกมชปล.รอบ 16 ทีมนัดแรกกับลิเวอร์พูล ก็คงคิดได้ว่าต้องกลับมาบุกบ้างแล้ว
ใครๆ ก็รักเรอัลที่เดินหน้าลุยด้วยความมั่นใจในเกมที่ถล่มเรอัล เบติส 6-1 แต่เกมล่าสุดที่เฉือนชนะเอสปันญ่อล พวกเขาก็ทำให้แฟนๆ ต้องเซ็งในครึ่งแรก ที่มัวแต่ระแวดระวังจนเกินเหตุ
ยังดีที่ครึ่งหลังกล้าที่จะเดินหน้ามากขึ้นเลยชนะไปได้ 2-0 เพราะฉะนั้นต่อให้แนวรับสำคัญแค่ไหน แต่ถ้าไม่คิดจะบุกเลย มันจะไปชนะได้ไง
7) ยึดมั่นในราอูล
ราอูลกลับมายิงประตูถล่มทลายเหมือนสมัยยังวัยละอ่อนในช่วงต้นปีจนทำลายสถิติดาวซัลโวของสโมสรได้ แต่เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพชฌฆาตหน้าหยกชักแผ่ว และหายไปจากเกมเสียแล้ว นั่นเพราะถูกใช้งานมากเกินไปในขณะที่วัยก็ล่วงเลยมามาก
ฆวนเด้ รามอส ต้องกล้าๆ ที่จะเปลี่ยนตัวเขาออก หรือปรับใช้กองหน้าคนอื่นๆ ที่มี ทั้งคลาส แยน ฮุนเตลาร์ และกอนซาโล่ อิกัวอิน หรือสามารถสอดตัวรุกดีๆ อย่างเวสลีย์ สไนจ์เดอร์ และราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ลงไปช่วยขับเคลื่อนแดนกลางแทนได้
แม้ไม่ควรมองข้ามศักยภาพของราอูล แต่ขอแค่กล้าๆ เปลี่ยนแปลงหรือถอดเขาบ้างหากเล่นไม่ออกจริงๆ ให้น้าแกได้พักบ้างเถอะ
ขอขอบคุณMSN ฟุตบอล

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น