โดเมนฟรี

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2552

ยอดเพชฌฆาต ปิ๊ปโป้ อินซากี้


ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่ากองหน้าวัยแตะหลัก 36 ปี จะยังคงค้าแข้งกับทีมชั้นนำของยุโรป และยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำจนล่าสุดแตะหลัก 300 ลูกไปแล้ว แต่นั่นคือผลงานของ ฟิลิปโป้ อินซากี้ หัวหอกจอมดีดดิ้นของเอซี มิลานจริงๆ

หลายคนอาจไม่ชอบใจกับลีลาพุ่งล้มระดับตุ๊กตาทองของเขา ขณะที่บางคนก็เบื่อหน่ายกับการล้ำหน้าไม่บันยะบันยังของเจ้ากุ้ง

แต่หากถามแฟนบอลเอซี มิลาน และทีมชาติอิตาลีแล้ว เขาคือสุดยอดกองหน้าอีกคนหนึ่งแห่งยุค ที่มีความขยัน มีวินัย อดทน ดูแลตัวเองอย่างมืออาชีพ

ไม่ว่าทีมปีศาจแดงดำจะมีศูนย์หน้าใหม่ๆ หรือหัวหอกดาวรุ่งคนไหนมาเสริมทัพ แต่ปิ๊ปโป้ไม่เคยบ่นน้อยใจ หรือแสดงท่าทีฮึดฮัดยามไม่ได้ลงสนาม หรือเป็นสำรอง

และแม้ในวัยขึ้นเลข 3 ปิ๊ปโป้จะต้องเจออุปสรรคในชีวิตค้าแข้งมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการบาดเจ็บที่รุมเร้าตลอดปี 2004-05 แต่้้เขาก็เลือกที่จะสู้กับมัน

ข้อเท้า คือปัญหาใหญ่สำหรับอินซากี้ แต่นอกจากนั้นยังมีอาการเจ็บที่หลัง, หัวเข่า และศอก ที่รุมเร้าเป็นระยะ ทำให้เขาต้องพักยาวไปเกือบๆ 2 ปี

หลายคนมองว่าปิ๊ปโป้ในตอนนั้นคงไม่มีวันกลับมาคืนฟอร์มสุดยอดของเขาได้อีก ขณะที่แพทย์เคยวินิจฉัยว่าเขาอาจจะต้องแขวนสตั๊ด

นักเตะบางคนได้ยินหมอพูดแบบนี้อาจจะถอดใจ แต่ปิ๊ปโป้กลับทำงานหนักกว่าคนอื่นสองเท่าเพื่อเรียกความฟิตกลับมาด้วยใจมุ่งมั่น

กระทั่งหายกลับมาลงเล่นในซีซั่น 2005-06 ซึ่งเป็นปีที่นักเตะอัซซูรี่ต้องโชว์ฟอร์มให้เตะตา มาร์เชลโล่ ลิปปี้ อิล ชิที อิตาลี เพื่อเลือกเป็น1 ใน 23 ขุนพลลุยเวิลด์คัพให้ได้

ดาวยิงจอมเก๋าสร้างปาฏิหาริย์ด้วยการโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมกับมิลานในฤดูกาลนั้น โดยยิง 12 ประตูจากการลงเล่น 23 นัดในเซเรีย อา

ฟอร์มที่ยอดเยี่ยม บวกด้วยความมุ่งมั่น ทำให้เขาได้รับเสียงเชียร์จากแฟนบอล และสื่อมวลชนอิตาลีให้อิล ชิที ลิปปี้เรียกตัวเขาไปติดธงลุยฟุตบอลโลก 2006

แม้แทบไม่มีส่วนร่วมในรอบคัดเลือกเพราะเจ็บยาวมาตลอด แต่บุญพาวาสนาส่งให้เจ้ากุ้งน้อยติดธงไปเวิลด์คัพ เพราะคริสเตียน วิเอรี่ ดาวยิงของโมนาโกในตอนนั้นโชคร้ายได้รับบาดเจ็บที่เข่าซ้าย หายไม่ทัน

แม้จะยิงได้ประตูเดียวทั้งทัวร์นาเม้นต์ลูกหนังโลก ในเกมรอบแรกที่อิตาลีเอาชนะสาธารณรัฐเชกไป 2-0 แต่ก็มีส่วนสำคัญต่อการช่วยให้ทัพอัซซูรี่ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกไปครองอย่างยิ่งใหญ่

อินซากี้ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น จากฮีโร่เวิลด์คัพ เขายังเป็นฮีโร่ผู้ยิง 2 ประตูชัยให้มิลานชนะลิเวอร์พูล 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2006-07 ด้วย

ทุกวันนี้ ปิ๊ปโป้ ในวัย 36 ปี ยังคงเป็นตัวทีเด็ดของมิลาน แม้จำนวนนัดในการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงจะลดลง เมื่อสัปดาห์ก่อนเขาเพิ่งประกาศศักดา ซัดแฮตทริกช่วยให้ทีมปีศาจแดงดำชนะอตาลันต้า 3-0

เท่านั้นไม่พอ เขายังเพิ่งจะเหมากดสองตุง ยิงประตูที่ 300 ในชีวิตค้าแข้ง ช่วยให้เอซี มิลาน ถล่มเซียน่าเละ 5-1 มาหมาดๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมานี่เอง

แม้จะเคยเสเพลมามาก แต่เขาไม่เคยทำให้กระทบต่อหน้าที่การงาน แตกต่างจากโบโบ้ วิเอรี่ คู่ซี้นอกสนามที่จนป่านนี้ยังไม่อาจเรียกฟอร์มสุดยอดกลับมาได้

อินซากี้บอกว่าเขาเหมือนกลับไปเป็นเด็กหนุ่มอีกครั้งหลังจากเพิ่งโชว์ฟอร์มร้อนแรง แต่หัวหอกจอมเก๋าเผยเคล็ดลับว่าสิ่งสำคัญที่หนุนหลังให้เขาเดินมาไกลจนวันนี้ก็คือ ผู้หญิง 2 คนที่มีความหมายมากที่สุดในชีวิต

คนแรกคือ แม่ของเขา และอีกคนคือ อเลสเซีย เวนตูร่า โชว์เกิร์ลรายการทีวี และดาราหุ่นเซ็กซี่ แฟนสาวคนสวยของเขานั่นเอง

นอกจากจะขยันทุ่มเท เป็นมืออาชีพ และมีสปิริตสูงแล้ว สาวสวยยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เจ้ากุ้งยังเดินหน้าล่าตาข่ายไม่หยุดจนถึงทุกวันนี้...เป็นเคล็ดที่ไม่ลับ ที่กองหน้าคนไหนจะเอาเป็นแบบอย่างก็ได้

ขอขอบคุณ MSN ฟุตบอล

ไม่มีความคิดเห็น: