โดเมนฟรี

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2552

ฟุตบอลโฉมใหม่

ฟุตบอลเป็นกีฬาเก่าแก่มีประวัติยาวนาน หลายชาติอ้างประวัติศาสตร์ยุคโบราณว่า เป็นต้นกำเนิดของเกมลูกหนัง แต่ที่แน่ๆฟุตบอลสมัยใหม่ที่มีกฎกติกาชัดเจนมีจุดเริ่มต้นมาจาก “เมืองผู้ดี” อังกฤษ

ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 1848 หรือ 161 ปีมาแล้ว มีกลุ่มคนบ้าบอลนัดประชุมกันที่ ร.ร.เอกชนแห่งหนึ่งในเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

คนกลุ่มนี้ช่วยกันร่างกติกาฟุตบอลที่เป็นรากฐานของฟุตบอลในปัจจุบัน หลังจากการประชุมครั้งนั้น 15 ปี (ค.ศ. 1863) ก็มีการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) มีกติกาใช้อย่างเป็นทางการ 14 ข้อ

เกมฟุตบอลค่อนข้างอนุรักษนิยม ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนกฎไปจากเดิมมากนัก และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อาจเป็นวันที่ต้องจารึกในประวัติศาสตร์ลูกหนังอีกครั้งว่า มีการเปลี่ยนกติกาใหม่ในบางข้อ

คณะกรรมการบริหารสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (International Football Association Board) ที่มีตัวย่อว่า IFAB จัดประชุมที่เบลฟาสต์ ในไอร์แลนด์เหนือ เพื่อหาข้อสรุปเรื่องกติกาใหม่ที่จะนำมาใช้

IFAB เป็นองค์กรเก่าแก่องค์กรหนึ่งของวงการฟุตบอล ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1886 สมาชิกประกอบด้วย สมาคมฟุตบอลจากสหราชอาณาจักร (อังกฤษ, สกอตแลนด์, เวลส์, ไอร์แลนด์เหนือ) และฟีฟ่า

สมาคมฟุตบอลสหราชอาณาจักรทั้ง 4 ชาติ มีสิทธิ์ออกเสียงชาติละ 1 เสียง ส่วนฟีฟ่าก็มี 4 เสียงเช่นกัน คัดตัวแทนมาจากชาติสมาชิกฟีฟ่า 204 ชาติ การเปลี่ยนแปลงกฎกติกาใดๆ จะต้องมีเสียงรับรอง 3 ใน 4

และเป็นที่น่ายินดีว่า ไทยเราก็มีตัวแทนไปนั่งประชุม มีสิทธิ์ออกเสียงในการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ ลูกหนังกับเขาด้วย

ตอนนี้ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลของไทย และกรรมการบริหารฟีฟ่าอยู่ที่เบลฟาสต์ ในฐานะตัวแทนจากฟีฟ่าที่เป็นบอร์ดของ IFAB

เรื่องที่จะนำมาพิจารณากันก็คือ การเพิ่มไลน์แมนเพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาให้กรรมการบริเวณหลังประตู เพื่อดูเหตุการณ์ในกรอบเขตโทษว่า มีการทำฟาวล์หรือพุ่งล้มอย่างไรบ้าง รวมทั้งลูกปัญหาข้ามเส้นประตูไปหรือยัง

เซปป์ แบลตเตอร์ ประธานฟีฟ่า และมิเชล พลาตินี ประธานยูฟ่า เห็นดีเห็นงามกับกรณีนี้ โดยปฏิเสธการใช้วีดิโอมาช่วยตัดสิน เพราะจะทำให้เกมหยุดชะงัก ขาดความต่อเนื่อง

ยูฟ่าทดลองใช้ไลน์แมนเพิ่มเติมในทัวร์นาเมนต์ ระดับเยาวชน และเกมทีมชาติในสโลวีเนีย, ไซปรัส และฮังการี มาแล้ว และจะนำเสนอรายงานต่อที่ประชุมอีกครั้งเพื่อประกอบการพิจารณา

กติกาต่อมา “sin-bin” ที่ใช้กันอยู่ในกีฬารักบี้ นักเตะคนไหนได้ใบเหลือง จะต้องออกจากสนามไปนั่งพักตามระยะเวลาที่กำหนด ข้อนี้เสนอโดยสมาคมฟุตบอลไอริช (ไอร์แลนด์เหนือ)

สมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์เสนอให้มีการเปลี่ยน ตัวเพิ่มจากเดิม 3 คน เป็น 4 คน ในกรณีที่มีการต่อเวลา

นอกจากนี้จะมีการหารือเรื่องเพิ่มเวลาพักครึ่งจากเดิม 15 นาที เป็น 20 นาที ด้วยเหตุผลให้นักเตะและกรรมการได้พักมากขึ้น แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่า แรงจูงใจน่าจะมาจากการเพิ่มเวลาโฆษณาในการถ่ายทอดสดมากกว่า

และประการสุดท้าย กฎล้ำหน้า หลังจากมีปัญหาที่ยูโร 2008 ในเกมระหว่างฮอลแลนด์ กับอิตาลี ซึ่งนัดนั้นอัศวินสีส้มชนะ 3-0

รุด ฟาน นิสเตลรอย ยิงประตูแรกให้ฮอลแลนด์ ในตำแหน่งล้ำหน้า ขณะที่คริสเตียน ปานุชชี กองหลังตัวสุดท้ายของอิตาลียืนอยู่นอกสนาม (เส้นหลัง) แต่ผู้ ตัดสินปีเตอร์ ฟรอดเฟลด์ท เป่าให้ดัตช์ได้ประตู

ช่วงแรกกรรมการถูกตำหนิอย่างหนักว่าตัดสินผิดพลาด แต่ภายหลังได้รับการยอมรับว่า ตัดสินถูกต้องแล้ว สิ่งที่ IFAB จะเพิ่มเติมเข้าก็คือ คำอธิบายที่ชัดเจนขึ้นในกติกาเพื่อขจัดความสงสัยให้หมดไป

คำอธิบายกติกาเพิ่มเติมก็คือ ผู้เล่นฝ่ายรับที่ออกนอกสนามด้วยเหตุผลใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรรมการ ให้ถือว่า ยืนอยู่บนเส้นหลังหรือเส้นข้าง ในกรณีที่มีการพิจารณาลูกล้ำหน้า หรืออีกนัยหนึ่ง ยังมีส่วนร่วมกับเกมนั่นเอง

IFAB หยิบยกกติกาใหม่มาหารือกันเมื่อ 28 ก.พ. ส่วนจะได้ข้อสรุปอย่างไร ติดตามจากรายงานข่าวต่อไปนะครับ.

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ไม่มีความคิดเห็น: